ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลิ้นมังกร ไม้ประดับ ไม้มงคล และหนึ่งในต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ จากงานวิจัยขององค์การนาซ่า (NASA CLEAN AIR STUDY)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Sansevieria trifasciata Prain

ชื่อสามัญ Mother-in-laws Tongue, Snake plant, Saint George's sword
ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ  ว่านจะเข้ (เชียงใหม่) ; ว่านประหลาด (แพร่) ; กะสี่กือซอ, ปองื่อซอ, ปอมือปลา, เป้าสะม่าเพล (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; ลิ้นนาคราชลิ้นมังกร (กรุงเทพฯ) ; ว่านหางเสือ (ทั่วไป)

ลิ้นมังกร คนไทยโบราณถือเป็นไม้มงคล และเชื่อว่า ถ้าปลูกต้นลิ้นมังกรไว้บริเวณบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ และลิ้นมังกรยังช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศในบ้านได้อีกด้วย เป็นต้นไม้ที่คายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนในช่วงเวลากลางคืน สามารถวางไว้ในห้องนอนได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปใบเรียวแหลมคล้ายหอก ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเรียว แผ่นใบหนาแข็งแรง มีสีเขียว มีลายขวางคล้ายลายเสือคล้ำออกดำ หรือบางชนิดมีสีเขียวลายขาว เขียวอมเหลือง หรือเขียวอมด่างเหลือง มีทั้งใบยาว ใบสั้น ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ลักษณะใบก็จะแตกต่างกัน
ลำต้น เป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน บางชนิดมีลำต้นหรือเหง้าเป็นแท่งกลมแตกแขนงออกเป็นแง่งหลายแง่ง บางชนิดมีลำต้นเป็นหัวกลม ซึ่งหัวหรือเหง้าจะแทงใบออกเป็นใบเดี่ยวชูขึ้นเหนือดิน ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
ดอก ออกดอกเป็นช่อ โดย 1 ช่อ มีดอกจำนวนมากกระจายออกแบบช่อซี่ร่ม ไม่มีใบประดับรองรับ มีกลีบดอก 5 ดอก สีขาวหรือเขียวอ่อน
ผล จะมีลักษณะกลมโต เท่าเมล็ดข้าวโพด เมื่อผลสุกจะเป็นสีแดง
การปลูกและขยายพันธุ์
ลิ้นมังกรเป็นพันธุ์ไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่ร่มและที่กลางแจ้ง ควรปลูกในดินร่วน ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอและตัดชำใบ

รสและสรรพคุณในตำรายา
ใบ มีรสเย็น เป็นยาถอนพิษอักเสบ ปวดบวม แก้พิษตะขาบ แมงป่อง ถอนพิษต่างๆ โดยการโขลกแล้วพอกบาดแผล ซึ่งถือว่ามีสรรพคุณในการถอนพิษได้ดี
วิธีและปริมาณที่ใช้
ถอนพิษต่างๆ โดยใช้ใบสดประมาณ 50-70 กรัม มาหั่นแล้วโขลกให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวพอประมาณ พอกบาดแผลหรือบริเวณที่โดนพิษ

เอกสารอ้างอิง
1.โชตินันต์และคณะ. (2556). รักษาโรคด้วยสมุนไพรใกล้ตัว. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ส.เอเชียเพรส(1989) จำกัด.
2. Wikipedia. (ออนไลน์).แหล่งที่มา :https://en.wikipedia.org/wiki/NASA_Clean_Air_Study.
เข้าถึงเมื่อ 27 เมษายน 2563

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การปักชำ ชาฮกเกี้ยน หรือ ชาดัด เพื่อปลูกเป็นแนวรั้ว

ปักชำ ชาฮกเกี้ยน เพื่อปลูกเป็นแนวรั้ว       ชาฺฮกเกี้ยน หรือบางคนเรียกว่า ชาดัด เข้าใจว่าเป็นเพราะนิยมนำมาดัดเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปสัตว์ต่างๆ และยังนิยมนำมาปลูกเป็นแนวรั้วด้วย และตามเกาะกลางถนนทั่วไป ตัดแต่งเป็นเหลี่ยม ขั้นบันได ดูแล้วก็สวยดี                วันนี้จะมาพูดถึง วิธีการชำ ชาดัด หรือ ชาฮกเกี้ยน ตั้งใจจะปักชำมาหลายวัน โดยเตรียมแก้วกาแฟพลาสติกที่ได้จากที่เพื่อนๆพี่ๆน้อง หลานๆ กินกาแฟแล้วช่วยกันเก็บมาให้ เป็นการ reuse พลาสติก โดยครั้งนี้ ปักชำประมาณ 50 ต้น           วิธีการปักชำ ชาฮกเกี้ยน หรือ ชาดัด ใช้วิธีการชำด้วยกะปิ   ไม่ใช้สารเคมี โดยนำกิ่งชาที่ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 15-20 ซม. มาแช่ในน้ำที่ละลายกะปิก่อน แช่ไม่นานนะคะ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง         จากนั้น นำกิ่งชาดัดที่แช่น้ำกะปิแล้ว มาปักลงแก้วกาแฟพลาสติกซึ่งใส่แกลบดำไว้เรียบร้อยแล้ว โดยรดน้ำเพื่อให้แกลบยุบตัวก่อน        หลังจากปักลงแก้วแล้ว ควรรดน้ำให้ชุ่ม นำใส่ถุงพลาสติกคลุม ...

แปลงปลูกผัก สำหรับผู้ที่มีเนื้อที่น้อย แต่รักที่จะปลูก..

                                  รูป 1. กว้าง 42 ซม. ยาว 1.80 ม. สูง 1.95 ม.      หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลทางเกษตรมาหลายเดือน ทดลองปลูกผักหลายอย่าง รวมทั้งไม้ดอก เพาะกล้าไม้ยินต้น ลองผิดลองถูกกับเนื้อที่บนระเบียงอันน้อยนิด แถมยังต้องมีเนื้อที่ข้างล่างวางถังน้ำหมักชีวภาพอีกหลายๆ สูตร หลายถัง ก็ทำกันไปด๊าย.. :)      ก็พยายามที่จะทำแปลงผัก ที่สามารถปลูกผักที่ต้องอาศัยค้างได้ เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู แตงกวา เป็นต้น คิดแล้วก็ได้รูปแบบออกมาอย่างในรูป โดยอุปกรณ์ที่ใช้ทำจากไม้ไผ่ และบุด้วยถุงกระสอบ จากรูป1. แปลงนี้ กว้าง 42 ซม. ยาว 1.80 ม. สูง 1.95 ม. แปลงนี้ทำใช้เองบนระเบียงไม้ชั้น 2                                  ...

วอเตอร์เครส (water cress)

               "วอเตอร์เครส (water cress)" ได้ยินชื่อแล้วเป็นภาษาฝรั่ง ก็คิดว่าน่าจะปลูกยาก เพราะนึกไปเองว่าอากาศบ้านเรา มันมีแค่สองฤดู ร้อนกับร้อนมาก จะเอาผักฝรั่งมาปลูกจะงอกหรือ อากาศบ้านเค้ากับบ้านเรามันต่างกัน ภาษาไทยเราเรียกผักชนิดนี้ว่า "สลัดน้ำ"         วันนึงก็ได้วอเตอร์เครสมาจากบ้านคุณทอม คุณทอมเอามือแงะมาให้ มีรากติดดินมานิดหน่อย แล้วบอกว่าผักชนิดนี้ยึ่งตัดกินก็ยิ่งแตกยอด พอมาถึงบ้านก็ค่ำๆแล้ว ก็วางแมะเอาไว้อย่างนั้นก่อน รุ่งขึ้นถึงจะนำลงปลูก          ปรากฎว่าปลูกไปไม่กี่สัปดาห์ มันก็แตกยอด ดูจากกอก็จะใหญ่ขึ้น จากนั้นก็ลองตัดไปกิน แรกๆก็ได้ไม่เยอะ ต้องนำไปผสมผักบุ้ง หรือผักอะไรก็ได้เป็นผัดผักรวมมิตร  เราต้องตัดไปกิน เพื่อให้มันแตกยอด เข้าทำนองว่ายิ่งกินมากเท่าไร มันก็แตกยอดมากขึ้นกว่าที่เราตัดไปกินอีก  อย่างนี้ถูกใจมั่กมั่กค่ะ  เมล็ดก็ไม่ต้องว่านใหม่เหมือนผักทั่วไป แถมยิ่งกินยิ่งแตกยอด อันนี้ข้อดีข้อที่หนึ่ง         ข้อดี่อีกข้อคือ จ...